สตริง เป็นชนิดข้อมูลที่ใช้บ่อยมากๆ ส่วนใหญ่การทำงานกับสตริงจะเป็นเรื่องของค้นหาคำ find() เปลี่ยนคำ replace() ตัวเล็ก lower() ตัวใหญ่ upper() แยกคำ split() เป็นต้น นอกนั้นนี้ก็จะเป็นดึงตัวอักษรบางส่วนออกมาจากสตริง
s = 'Ab,Cd,Ef' print s.find('d') print s.find('D') print s.replace('Cd','Gh') print s.lower() print s.upper() print s.split() print s.split(',')
โค้ดด้านบนจะได้ผลลัพธ์ดังด้านล่าง
4 -1 Ab,Gh,Ef ab,cd,ef AB,GH,EF ['A','b',',','C','d',',','E','f'] ['Ab','Cd','Ef']
ลิสต์ เป็นชนิดข้อมูลสารพัดประโยชน์ ได้ใช้ทั้งแบบคิว และสแตก สามารถเรียงข้อมูลได้ด้วยตัวเอง แทรกข้อมูลได้
l = [1,2,3,4] print l l.append(5) print l l.append(1) print l print l.count(1),l.count(2) l.extend([5,6,7]) print l l.insert(5,8) print l print l.pop() print l l.remove(5) print l l.reverse() print l l.sort() print l
ผลลัพธ์จะเป็นดังด้านล่าง
[1, 2, 3, 4] [1, 2, 3, 4, 5] [1, 2, 3, 4, 5, 1] 2 1 [1, 2, 3, 4, 5, 1, 5, 6, 7] [1, 2, 3, 4, 5, 8, 1, 5, 6, 7] 7 [1, 2, 3, 4, 5, 8, 1, 5, 6] [1, 2, 3, 4, 8, 1, 5, 6] [6, 5, 1, 8, 4, 3, 2, 1] [1, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 8]
ดิกชั่นนารี เป็นชนิดข้อมูลสารพัดประโยชน์เช่นกัน เพราะใช้ง่าย สะดวก ไม่ต้องเขียนคลาสเพิ่ม สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในได้ด้วยข้อมูลชนิดใดก็ได้
d = {'a': 1, 'b': 2, 'c': 3} print d print d.items() print d.keys() print d.values()
ตัวอย่างด้านบนจะให้ผลดังนี้
{'a': 1, 'c': 3, 'b': 2} [('a', 1), ('c', 3), ('b', 2)] ['a', 'c', 'b'] [1, 3, 2]
