ธุรกิจเครือข่าย เงินทองไหลมาเทมา


หน้าแรก ธุรกิจเครือข่าย เงินทองไหลมาเทมา
ท่อส่งน้ำท่อเดียว มีค่าเท่ากับเช็คเงินเดือนพันใบ!
เรื่องราวที่นักธุรกิจเครือข่ายต้องบอกต่อ...

ปัจจุบัน เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในยุคเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองมากที่สุดช่วงหนึ่งในหลาย ๆ ทศวรรษที่ผ่านมา แต่มีผู้คนนับล้าน ๆ ที่ยังคงพึ่งพาเช็คเงินเดือนหรือบัตรเครดิต เดือนต่อเดือน เพื่อให้พอชักหน้าถึงหลังได้

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? 
ก็เพราะพวกเขาเหล่านั้นเลือกแผนผิด... เขาติดกับแผนที่เรียกว่า "แลกเวลากับเงิน" ท่านคงทราบดีว่า มันก็คือ "การทำงาน 1 วัน เพื่อเงินค่าจ้าง 1 วัน" นั่นเอง "ทำงาน 1 เดือน ได้ค่าจ้าง 1 เดือน" ไม่ว่าคุณจะเป็นคนล้างจานที่มีเงินเดือน 40,000 บาทต่อปี หรือเป็นแพทย์ผู้มีรายได้มากถึง 4 ล้านบาทต่อปี คุณก็ยังคงต้องแลกเวลา 1 หน่วย กับเงิน 1 หน่วยเหมือนกัน แปลว่าคุณมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินเดือน เดือนต่อเดือน นั่นเอง ดังนั้น จึงป่วยการที่จะพูดถึง "ความมั่นคงในงาน" เพราะหากคุณไปทำงานไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะคุณถูกให้ออกจากงาน เจ็บไข้ได้ป่วย บาดเจ็บ หรือเกษียณ คุณก็จะไม่ได้รับเงินเดือนอีกเลย แล้วคุณจะทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น
ความมั่นคงอยู่ที่ไหน?
คุณจะหนีจากกับดักแห่งเวลาเพื่อเงินได้อย่างไร? ก็ด้วยการสร้างท่อส่งน้ำให้มีรายได้ต่อเนื่องอย่างไรล่ะ รายได้ต่อเนื่องนี้เกิดจากการทำงานเพียงครั้งเดียว แต่คุณจะมีรายได้ต่อเนื่องไม่ขาดสาย นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมท่อส่งน้ำเพียงท่อเดียว จึงมีค่าเท่ากับเช็คเงินเดือนถึงพันใบ ท่อส่งน้ำจะทำงานวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหน จะทำงานหรือไม่ก็ตามนี่สิ...ที่เรียกว่าความมั่นคง เป็นความมั่นคงทางการเงินอย่างแท้จริง
คุณเป็นคนหาบน้ำหรือนักสร้างท่อน้ำ?
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการหาบน้ำ ก็เหมือนกับการสร้างท่อส่งน้ำ เพราะเราสังเกตเห็นว่ามีคนหาบน้ำอยู่ถึงร้อยละ 99 เราจึงคิดว่าการหาบน้ำคือหนทางเดียวที่จะบันดาลทุกสิ่งให้ชีวิตเรา และนั่นคือสาเหตุที่ใครบางคน ต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจในพลังของท่อส่งน้ำ เราอาจปฏิเสธเรื่องท่อส่งน้ำเพราะมันเป็นของแปลก เป็นสิ่งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ เราจึงเห็นว่าท่อส่งน้ำเป็นเรื่องประหลาดและเสี่ยงจัด ก็เราเติบโตขึ้นมาท่ามกลางคนหาบน้ำจน ๆ  เลยคิดว่านั่นคือหนทางแห่งชีวิต
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
ก็เพราะว่าการหาบน้ำ เป็นสิ่งที่ปู่ย่าตาทวดของเราทำกันมา และได้สอนให้เราทำนั่นเอง ในโลกของคนหาบน้ำ สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อให้นำหน้าคนอื่นก็คือ ไปโรงเรียน เพื่อเรียนรู้การหาบน้ำ ทำงานหนัก เพื่อจะได้หาบน้ำด้วยถังใบใหญ่ขึ้น ลาออกจากบริษัทหาบน้ำ ก. เพื่อไปทำงานให้บริษัทหาบน้ำ ข. ที่ที่จะให้คุณหาบถังน้ำใบใหญ่ขึ้นอีก ทำงานมากขึ้นเพื่อที่จะได้หาบถังน้ำมากขึ้น ส่งลูกเข้ามหาวิทยาลัยหาบถังน้ำ เปลี่ยนงานจากการหาบถังน้ำเหล็กไปหาบถังน้ำพลาสติก แล้วไปหาถังน้ำดิจิตัล ฝันถึงวันที่คุณจะเกษียณจากงานหาบถังน้ำ 
และกว่าจะถึงวันนั้น สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ หาบถังน้ำต่อ ๆ ไป
แล้วคนหาบถังน้ำเล่า ได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน? 
ได้เพียงน้อยนิดเหลือเชื่อคนหาบน้ำจะต้องทำอย่างไร หากต้องการมีรายได้มากขึ้น?เนื่องจากคนหาบน้ำรู้แต่เรื่องหาบน้ำ ดังนั้น จึงมีคำตอบแบบคนหาบน้ำ คือถ้าต้องการเงินเพิ่ม ก็ต้องหาบน้ำเพิ่มน่ะสิ!"ฉันจะหางานหาบน้ำทำตอนเย็น และวันเสาร์อาทิตย์ด้วย" นักหาบน้ำผู้พ่อเอ่ย"ฉันก็จะกลับไปหาบน้ำเหมือนเมื่อก่อนที่ฉันจะมีลูก" แม่นักหาบน้ำกล่าวเสริม"ลูก ๆ ก็อาจจะไปหาบน้ำช่วงหลังโรงเรียนเลิก และในช่วงปิดเทอมก็ได้นะ" พ่อ-แม่นักหาบน้ำประกาศนั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำ พวกเขาทำอย่างนี้จริง ๆ ครับ แล้วได้ผลอย่างไรล่ะ
ความเข้าใจผิดเรื่องหาบถังน้ำใบใหญ่ขึ้น
คนหาบน้ำมักจะอ้างว่า การหาบถังน้ำใบใหญ่ขึ้น จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น คนหาบน้ำจึงบอกตัวเองเสมอว่า ทุกสิ่งจะดีขึ้นเอง หากเขาสามารถหางานที่ทำให้ได้หาบถังน้ำใบใหญ่ขึ้น
ถังใบใหญ่ขึ้นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา
ทุกคนย่อมมุ่งหวังที่จะเพิ่มขนาดถังน้ำของตน ไม่มีใครคิดที่จะปฏิเสธการขึ้นเงินเดือนประจำปี หรืองานที่มีรายได้สูงกว่าเดิม หากการหาบน้ำเป็นแหล่งรายได้เพียงแหล่งเดียวของคุณ ผมขอแนะนำให้คุณหาถังน้ำใบใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณควรทำตามสามัญสำนึกแต่ความจริงมีอยู่ว่า การหาบน้ำจะไม่ช่วยให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินได้เลย การหาบน้ำจะไม่ทำให้คุณและครอบครัวปลอดภัยและมั่นคงในชีวิต - ไม่ว่าคุณจะมีถังน้ำใบใหญ่แค่ไหนก็ตาม
ทำไมหรือ?
ก็เพราะว่าตราบใดที่คุณมีงานหาบน้ำ คุณยังต้องไปทำงานเพื่อให้ได้เงิน วันใดที่คุณหยุดหาบน้ำ วันนั้นคุณจะไม่มีรายได้ มีคนหาบน้ำมากมายที่เปลี่ยนสถานะจาก เศรษฐีข้างบ้าน ไปเป็น คนล้มละลายข้างบ้าน เพียงเพราะเขาละเลยที่จะสร้างท่อส่งน้ำในระหว่างที่เขายังสามารถหาบน้ำได้ ดังนั้น เมื่อถังน้ำของเขาเหือดแห้งเพราะอายุมากขึ้น เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ ถูกปลดออกจากงาน หรือเกษียณอายุ ความเป็นอยู่ของพวกเขาก็ตกอับเช่นกัน ทีตลกกว่านั้นคือ แม้ร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่ แต่ถังน้ำก็ไม่ได้คงทนต่อการถูกใช้งานหนักเสมอไปเคยได้ยินเรื่องราวของทันตแพทย์ฝีมือดีคนหนึ่งไหมครับ เธอมีเวลาทำงานตามใจตัวเอง (เธอทำงานเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อจะได้ใช้วันหยุด 4 วันกับครอบครัว) เธอมีรายได้มากกว่าปีละ 4 ล้านบาทด้วยการทำงานที่เธอรักเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน จึงเรียกได้ว่างานของเธอเป็น "งานหาบน้ำในฝัน" นั่นเอง
ทว่ามีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง เธอเริ่มมีอาการไขข้ออักเสบที่มือก่อนอายุ 40 ปี และเธอก็ไม่สามารถทำฟันได้อีก ทุกวันนี้เธอสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้าน และมีรายได้เพียง 1/3 ของรายได้เก่า งานในฝันของเธอหายวับไปโดยที่ไม่ใช่ความผิดของเธอสักนิดคุณพอจะนึกออกแล้วใช่ไหมครับ เวลาที่ผมพูดว่างานหาบน้ำที่มั่นคงนั้นไม่มีจริงในโลก คุณเห็นแล้วใช่ไหมครับว่าคนหาบน้ำนั้นเสี่ยงอย่างไร การหาบน้ำนั้นไม่มีความมั่นคงเอาเสียเลย ผู้ที่ตระหนักในข้อจำกัดของการหาบน้ำตั้งแต่เริ่มแรก จะต้องคิดสร้างระบบที่จะทำให้เขามีรายได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเขาจะทำงานมากน้อยแค่ไหนเพราะท่อส่งน้ำคือสายชีวิตของเขา ท่อส่งน้ำยังคงทำเงินต่อไป แม้ถังน้ำจะเหือดแห้งไปแล้วก็ตาม
เวลาเป็นเงินเป็นทอง
ทีนี้ผมจะบอกความลับอะไรบางอย่างกับคุณ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาว่าทำไม่คนที่ประสบความสำเร็จ จึงมีอะไร ๆ มากกว่า ทำอะไร ๆ ได้มากกว่า และได้รับอะไร มากกว่าผู้อื่น คุณคิดว่าบิลล์ เกตส์ จะกลับบ้านเวลา 5 โมงเย็นทุกวัน แล้วนั่งดูโทรทัศน์อีก 7 ชั่วโมงเหมือนกับคนอเมริกันทั่ว ๆ ไปหรือเปล่าครับ?ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้นมีบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล กล่าวว่ากลุ่มผู้ทำรายได้สูงสุด 10% ในทวีปอเมริกาเหนือ ทำงานโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 52 ชั่วโมง ในขณะที่กลุ่มผู้ทำรายได้ต่ำสุด 10% ทำงานเพียงสัปดาห์ละ 45 ชั่วโมงไม่เพียงแต่กลุ่ม 10% แรกที่มีชั่วโมงทำงานยาวนานกว่าเท่านั้น พวกเขายังทำงานด้วยวิธีที่ฉลาดกว่าอีกด้วย! หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เขาไม่เอาเวลาไปแลกกับเงินเหมือนอย่างคนทั่วไป คุณจะไม่มีวันเดินเข้าร้านสะดวกซื้อแล้วพบไมเคิล จอร์แดน ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ขายล็อตเตอรี่หรือเบียร์อย่างแน่นอน คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนในทุกอาชีพ จะหวงแหนและเห็นคุณค่าของเวลาของเขา และจะฉวยโอกาสทุกโอกาสเพื่อผ่อนแรงด้วยเวลาที่เขามีอยู่ ถ้าไม่คิดแคบ ๆ ก็คงจะดีกว่านี้คนชอบถามผมว่า ทำไมพวกเขาจะต้องเสียแรงและเวลาในการสร้างท่อส่งน้ำด้วย ก็ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างก็กำลังไปได้ดีอยู่แล้ว พวกเขาบอกว่า เขาสมควรจะได้พักผ่อนสบาย ๆ หลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันในที่ทำงาน พวกเขาต้องการให้รางวัลตัวเองด้วยการเอนหลังในเก้าอี้นอนสบาย ๆ และดูโทรทัศน์ จนกว่าจะถึงเวลาเข้านอน

"ชีวิตก็ดีอยู่แล้วนี่ครับ" พวกเขาบอกผม "มีงานดีๆ ทำ มีเงินฝากในธนาคาร ลูกๆ ก็ได้เล่าเรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆ อยู่แล้ว จะแกว่งเท้าไปหาเสี้ยนทำไม"และนั่นคือเวลาที่ผมบอกพวกเขาว่า ไม่มีเวลาไหนอีกแล้วที่จะดีไปกว่านี้ที่จะสร้างท่อส่งน้ำของพวกเขา ในขณะที่ทุกสิ่งกำลังดำเนินไปด้วยดีนี่แหละ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหรือครับ ก็เพราะเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป ก็อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ ผมจะเล่าเรื่องตลกเก่าแก่ให้พวกเขาฟัง เป็นเรื่องของชายผู้หนึ่งซึ่งอยู่บนชั้นที่ 30 ของโรงแรมหรูหราแห่งหนึ่ง เขาเปิดม่านบังตาออกและเปิดหน้าต่างเพื่อจะได้ชื่นชมทิวทัศน์ภายนอก ขณะที่เขาโน้มตัวออกนอกหน้าต่าง เขาก็ประหลาดใจที่เห็นชายผู้หนึ่ง ร่วงลงมาผ่านห้องของเขาไป"คุณเป็นยังไงบ้าง" เขาตะโกนถามชายที่กำลังตกลงไปนั้น "ตอนนี้ยังสบายดี" ชายผู้นั้นตอบกลับมา เรื่องของเรื่องก็คือ มีคนหาบน้ำหลายรายในโลกนี้ ที่กำลังอยู่อย่างสบายดีจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ แต่เขาไม่สามารถลอยตัวอยู่ได้ตลอดไป ตราบใดที่คนเรายังใช้วิธีแลกเปลี่ยนเวลากับเงินตรา ก็ยังไม่มีความปลอดภัยใด ๆ ในชีวิต เป็นเพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะเมื่อพวกเขาไม่สามารถให้เวลาในการทำงาน อาจจะเนื่องจากป่วย หรือบาดเจ็บ หรือถูกให้ออกจากงาน เขาก็จะไม่ได้รับเงินเดือนอีก สำหรับคนหาบน้ำแล้ว การที่ไม่ได้รับเงินเดือน ก็หมายถึงความไม่มั่นคงในชีวิตนั่นเอง

หนังสือเรื่อง "เงินทองไหลมาเทมา(ตามท่อ)" จะปูพื้นฐานเพื่อปรับเปลี่ยนความคิด ว่าทำไมเราจึงต้องมาสร้างท่อส่งน้ำ เมื่ออ่านจบ คุณจะสามารถนำแนวความคิดนี้ไปใช้ เพื่อก้าวกระโดดจากการหาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ ไปสู่การลงมือสร้างธุรกิจของคุณเอง แต่จะทำอย่างไรให้สำเร็จและลงทุนน้อยที่สุด?" 


ขึ้นไปด้านบน